อีกหนึ่งคอนเทนต์หนังที่น่าจะตรงกับนิยามที่ว่า…จงรู้ให้น้อยที่สุด! อีกเรื่องหนึ่งที่มาเสิร์ฟให้ดูตรงหน้าจอเน็ตฟลิกซ์ใน “The Last House บ้านหลังสุดท้าย” หนังที่มาพร้อมกับพล็อตและไอเดียลึกลับน่าค้นหา เกี่ยวกับปริศนาที่เกิดขึ้นกับครอบครัวหนึ่งที่ออกจากบ้านตัวเองไม่ได้ กลายเป็นหนังที่กระตุ้มต่อมความสนใจของคอหนังไม่น้อย เพราะอยากใคร่รู้เหลือเกินว่า เพราะอะไร และทำไม เหตุการณ์ชวนหายนะที่ต้องเอาชีวิตให้รอดในบ้านตัวเองถึงเกิดขึ้นได้?
พลังงานลึกลับบางอย่างได้ทำการกักขังครอบครัว พ่อแม่ลูกทั้ง 4 คนเอาไว้ภายในบ้านอย่างไม่มีกำหนด พวกเขาไม่สามารถก้าวออกไปนอกอาณาเขตตัวบ้านได้ แต่เมื่อสิ่งอำนวยความสะดวกและเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตเริ่มร่อยหรอลงไป พวกเขาจึงต้องเรียนรู้ที่จะใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ในบ้านให้เกิดประโยชน์มากที่สุด เพื่อเอาชีวิตให้รอดพ้นจากหายนะที่กำลังคืบคลานอยู่ในตอนนี้ และหวังจะเอาชนะอะไรหรือใครก็ตาม ที่พยายามกักขังพวกเขาและทุก ๆ ชีวิตเอาไว้แบบนี้
หนังเป็นผลงานล่าสุดของผู้กำกับ “หลุยส์ เลเทอร์ริเยร์” จากฝีมือการเขียนบทหนังของ “แมทธิว โรบินสัน” ที่ต้องยอมรับว่า The Last House เป็นหนังที่มีคอนเซ็ปต์ที่น่าดึงดูดและกระตุ้นความสนใจไม่น้อย เป็นการฉาบหน้าไปด้วยประเด็นจากภัยคุกคามสุดประหลาดที่ปิดกั้นมนุษย์เอาไว้อยู่แต่ภายในรั้วบ้าน ภายใต้การดิ้นรนเอาชีวิตรอดของพ่อแม่ลูกครอบครัวหนึ่ง ที่ต้องดำรงชีวิตอยู่ไปอย่างไร้จุดหมาย จากวันเป็นเดือน นานไปกลายเป็นปี แต่ว่าน่าเสียดายที่หลากหลายปมต่าง ๆ ที่หนังใส่เข้ามานั้น ไม่สามารถเจาะลึกไปสู่ทิศทางใด ๆ ได้อย่างถ่องแท้ นอกจากแนวคิดพื้นฐานตื้น ๆ ของหนังเอง

The Last House เริ่มต้นและเข้าเรื่องได้อย่างรวดเร็ว ในช่วงครึ่งแรกค่อนข้างเป็นไปตามสูตรของหนังสไตล์นี้ กับการสะท้อนวิถีชีวิตที่พยายามเอาตัวรอดของคนกลุ่มหนึ่ง แต่ว่าเมื่อเข้าสู่ครึ่งหลังของหนัง ทิศทางเรื่องราวค่อนข้างไร้แก่นสาร จับยัดใส่ประเด็นต่าง ๆ ที่อยากจะใส่เข้ามาแบบมั่วซั่ว กลายเป็นว่าทุกสิ่งทุกอย่างและปริศนาต่าง ๆ ที่หนังปูทางเอาไว้ในช่วงแร กลับมาเก้ง ๆ กาง ๆ ด้วยทิศทางเรื่อง..อิหยังวะ ราวกับว่าไม่รู้จะหาทางจบลงแบบไหน จึงจับยัดทุก ๆ ปมเข้ามาประเดประดังใส่เข้ามาชวนพัลวันยุ่งเหยิงไปหมด โดยที่ไม่ได้ทำหน้าที่ขยายปมให้ผู้ชมได้เข้าใจประเด็นที่ต้องการจะสื่อสาร
และในท้ายที่สุด The Last House หนังก็ไม่สามารถให้ความกระจ่างได้ว่า ‘ภัย’ ที่พยายามคุกคามและสร้างเรื่องสร้างประเด็นในหนังเรื่องนี้…แท้จริงต้องจะสื่อถึงอะไรกันแน่ ขมวดทุก ๆ ปมออกมาเป็นหนังที่มีเนื้อหาเหลือจะเชื่อ พยายามทวิสต์พล็อตเรื่องให้ชวนพลิกผัน แต่น่าผิดหวังที่ความสตรองและความแข็งแรงของเส้นเรื่องหนังนั้น อาจจะยังมีน้ำหนักไม่่เพียงพอที่จะยกระดับความตราตรึงใจได้ เพราะในช่วงโค้งสุดท้ายก็เหมือนกับหนังพยายามอย่างหนักมาก ในการหาลู่ทางแลนดิ้งตอนจบให้สวย ๆ แต่กลายเป็นท่วงท่าที่แปลกประหลาดไปสักหน่อย
ขอบคุณแหล่งที่มาจาก trueid

