อีกหนึ่งตำนานคอนเทนต์จากอดีตที่หวนกลับมาโลดแล่นบนจอใหญ่อีกครั้งในยุคนี้ นี่คือเฟรนไชส์นักรบชื่อดังของ Mattle ที่เคยปลูกฝังนามของฮีโร่หนุ่มเอาไว้กังวานความทรงจำของคนรุ่นก่อน กลับมาด้วยฉบับใหม่ที่เป็นการปัดฝุ่นรื้อฟื้นพลังแห่งดาบอีกหนใน “Masters of the Universe นักรบเจ้าจักรวาล” ผนึกกำลังรังสรรค์สร้างความอลังการแอคชันแฟนตาซีเต็มรูปแบบ ที่เนรมิตโลกมหัศจรรย์ขึ้นมาให้แฟน ๆ รุ่นปัจจุบันได้ตื่นตาตื่นใจอีกครั้ง
อดัม เกล็นน์ องค์ชายรัชทายาทแห่งดาวอีเทอร์เนีย ได้ลี้ภัยสงครามการเมืองอันเหี้ยมโหดมาตั้งแต่วัยเด็ก ถูกนำตัวมายังดาวโลกที่เป็นมาตุภูมิ เมื่อเขาเติบใหญ่ในอีก 20 ปีต่อมา เขาต้องกลับไปยังดาวที่จากมาอีกครั้ง เพื่อตามหาสิทธิมรดกที่เขาสมควรจะได้ ทำให้เขาได้รับพลังจากดาบแห่งบรรพบุรุ แปรเปลี่ยนให้กลายเป็น ฮี-แมน บุรุษผู้ทรงพลังที่สุดแห่งจักรวาล และนำเหล่านักรบแห่งอีเทอร์เนียที่หลงเหลือเพียงน้อยนิด ต่อกรสู้กับกำลังชั่วร้ายของสเกเลเตอร์ เพื่อปกป้องอาณาจักรของเขา
ถือว่าเป็นหนังไลฟ์แอคชันที่นำมาสร้างใหม่อีกครั้งเป็นหนที่ 2 นับตั้งแต่ต้นฉบับในปี 1987 หรือเกือบจะ 40 ปีมาแล้ว โดยเวอร์ชันใหม่ได้ “ทราวิส ไนต์” นักสร้างที่ถนัดงานสร้างสรรค์ทั้งแอนิเมชันและแฟนตาซีมาปรุงแต่งให้ จากบทหนังที่ได้เกณฑ์ทัพนักเขียนยอดฝีมือมาระดมทีม นำมาด้วย “แอรอน นี” กับ “อดัม นี” บนพื้นฐานที่อ้างอิงมาจากคอนเซ็ปต์ดั้งเดิมของตัวละครดังจากคอนเทนต์ของ Mattle ที่เรียกได้ว่านำมาต่อยอดความคลาสสิกในรูปแบบใหม่ที่เข้ากับยุคสมัยมากยิ่งขึ้น
ใด ๆ ต้องออกตัวก่อนเลยว่า ผู้เขียนแทบจะไม่มีพื้นฐานหรือภูมิหลังเกี่ยวกับเรื่องนี้มาก่อนเลย เป็นการเสพย์หนังเรื่องนี้แบบข้อมูลแทบจะเป็นศูนย์ ดังนั้นมุมมองของคนดูที่กลุ่มใหม่ที่ไม่เคยติดตามเรื่องราวนี้มาก่อน ก็พบว่าเป็นหนังแอคชันแฟนตาซีที่ทำออกมาได้ค่อนข้างดูเพลินดี เป็นไปตามมาตรฐานและพื้นฐานของหนังประเภทนี้ ที่อาจจะติดความเฉิ่มเชยมาอยู่บ้างนิดหน่อย แต่จังหวะอะไรต่าง ๆ ของหนังก็ถือว่าสาธยายออกมาได้ค่อนข้างใช้ดี ทั้งที่เป็นการนั่งดูและทำความรู้จักกับองค์ประกอบต่าง ๆ ไปด้วยกัน
โดยสรุปแล้ว Masters of the Universe อาจจะยังไม่ใช่คอนเทนต์ที่ดีเลิศอะไร แต่ต้องยอมรับว่าหนังยังสามารถตอบโจทย์ความบันเทิงและสร้างอรรถรสให้กับผู้ชมที่ต้องการตอบโจทย์หนังแนวแอคชันแฟนตาซีอลังการงานสร้างได้อยู่ ถึงจะเต็มไปด้วยองค์ประกอบที่ขาด ๆ เกิน ๆ เยอะไปหมด แต่อย่างน้อยก็น่าจะสามารถเซอร์วิสแฟน ๆ ที่ติดตามจักรวาลนี้ได้ประมาณหนึ่ง
แต่สำหรับผลลัพธ์ในแง่ความเป็นภาพยนตร์นั้น หนังเรื่องนี้ถือว่าทำออกมาได้แค่ตรงตามขีดมาตรฐานเท่านั้น แทบไม่มีอะไรที่โดดเด่นและก็ยังไม่มีอะไรที่น่าจดจำมากขนาดนั้น เป็นอีกหนังเรื่องยิ่งใหญ่ที่เราก็แอบเผลอทิ้งเอาไว้รายทางระหว่างที่เดินออกมาจากโรง เพราะนี่ก็คือแค่หนังบล็อกบัสเตอร์ธรรมดา ๆ เรื่องหนึ่งเท่านั้นเอง
ขอบคุณแหล่งที่มาจาก trueid

