ก็น่าจะสักพักใหญ่ ๆ ได้แล้ว ที่ไม่ได้เห็นผู้กำกับที่แจ้งเกิดและกำเนิดมาจากคอนเทนท์สุดสยองเลือดอาบ อย่าง “แซม ไรมี” หวนกลับมาจับทำชิ้นงานอะไรแบบนี้ เผลอ ๆ น่าจะเกือบ 20 ปีได้แล้วมั้ง ก็เป็นเวลาอันเหมาะเจาะที่เขาจะคัมแบ็กมาในปีนี้กับ “Send Help โปรดส่งใครมาช่วยฉันที” ที่ถือว่าการกลับมารังสรรค์ผลงานกำกับหนังในรอบกว่า 3 ปี นับตั้งแต่หนังซูเปอร์ฮีโรฟอร์มใหญ่เรื่องดัง
ลินดา เป็นสาวใหญ่ประจำออฟฟิศที่มุ่งมั่นและขยัน เพราะมีเป้าหมายเป็นการเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่งที่คาดหวัง แต่เมื่อสิ้นยุคท่านประธานคนเดิม กลายมาเป็น แบรดลีย์ ลูกชายท่านประธานขึ้นมาสืบทอดแทน ทำให้ตำแหน่งหน้าที่ของลินดาต้องสั่นคลอน กระทั่งทั้งสองต้องออกเดินทางไปดูธุรกิจที่กรุงเทพฯ แต่เครื่องบินเผชิญหน้ากับอุบัติเหตุร้ายแรง ตกลงในน่านน้ำสักแห่งใกล้ ๆ เมืองไทย พวกเขาเป็นผู้รอดชีวิตแค่สองคน ที่พบว่าติดอยู่บนเกาะสักแห่งหนึ่ง จุดเริ่มต้นของเกมการดิ้นรนต่อสู้เอาชีวิตให้รอดสุดหฤหรรษ์จึงได้บังเกิดขึ้น

Send Help กลายออกมาเป็นหนังที่แอบซ่อนไปด้วยความตลกขบขันแห่งพฤติกรรมมนุษย์ ที่ไม่ต่างไปจากการแก่งแย่งชิงดีในสถานที่ทำงาน เพียงแต่ว่าฉากหลังต่าง ๆ ได้ถูกเปลี่ยนไปเป็นการติดเกาะแทน การจับเอาลูกน้องกับเจ้านายที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากันมาติดเกาะด้วยกัน มันก็เป็นพล็อตความบันเทิงสุดแสบสันต์แบบง่าย ๆ ที่เอ็นจอยได้ดี ด้วยฝีมือการเขียนบทหนังของคู่หู “มาร์ค สวิฟต์” กับ “เดเมียน แชนนอน” จาก Baywatch ฉบับปี 2017 กับ Friday the 13th เวอร์ชันปี 2009
เป็นหนังอีกเรื่องในรอบ 2-3 ปีที่ผ่านมา ที่มาปักหลักถ่ายทำในเมืองไทย
เรื่องนี้ใช้พื้นที่ทะเลภาคใต้ของไทยในการถ่ายทำ ต้องยอมรับเลยว่าเลโคชันทะเลบ้านเรา เป็นทรัพยากรที่เลอค่าในการใช้เป็นฉากหลักในการทำงานโดยแท้ เพราะแวดล้อมต่าง ๆ ส่งเสริมเนื้อหาตัวหนังได้ค่อนข้างครบ ขนาดดูในหนังเรายังลืมที่จะนึกไปเลยว่า ฉากทะเลต่าง ๆ นี่ถ่ายในเมืองไทยบ้านเรา
และต้องขอบคุณพลังการแสดงของดารามืออาชีพทั้งสอง “เรเชล แม็คอดัมส์” กับ “ดีแลน โอไบรอัน” เพียงพอแล้วจริง ๆ ที่จะประคับประคองดำเนินเรื่องไปด้วยท่วงท่าที่ออกรสชาติไปทั้งเรื่อง นี่คือการคืนกำไรให้กับคนดูได้อย่างถ่องแท้ กับการมานั่งดูนักแสดงสวมบทเล่นเกมประสาทใส่กันในแบบที่ไม่ได้มีชั้นเชิงอะไรให้คิดซับซ้อน เพียงแค่..อยากจะรอดเท่านั้น และอินเนอร์ของพวกเขาก็รับส่งกันเป็นอย่างดี
แม้แต่นักแสดงชาวไทย “เอก ธเนศ” ที่อาจจะโผล่ออกมาไม่กี่ซีน แต่การได้เป็นส่วนในทีมนักแสดงหนังเชิงพาณิชย์ของฮอลลีวูดแบบนี้ ก็ทำให้ออร่าจับใส่พี่เอกไม่เบาเลยนะ บทไม่ใช่แค่เดินผ่าน พี่แกยังมีบทพูดและส่งอารมณ์กับนักแสดงหลักในซีนที่ถือว่าเป็นหนึ่งไคลแมกซ์ของหนัง บอกได้เลยว่า..ทีมแคสติ้งเลือกนักแสดงจากไทยไปได้ถูกคนแล้วจริง ๆ ออกแค่ไม่กี่วินาที แต่จึ้งดี
ดังนั้นโดยสรุปแล้ว ก็เป็นหนังที่มอบผลลัพธ์ออกมาได้ค่อนข้างน่าพอใจ
เน้นการเค้นอารมณ์ที่ฟาดฟันกันไปมาอย่างแยบยล กลายออกมาเป็นหนังสงครามประสาทที่ไม่ได้มีอะไรที่ยากเกินกว่าจะบริโภค พล็อตเรื่องทำออกมาง่าย ๆ ไม่ได้เกินการคาดเอาอะไรเท่านั้น และแค่มีดู 2 นักแสดงนำทุบ ๆ ทางการแสดงใส่กันไปมา แค่นี่ก็ถือว่าคุ้มเกินเกินคุ้มค่าตั๋วไปแล้ว เพราะนาน ๆ ที แซม ไรมี จึงจะกลับมารังสรรค์งานแบบนี้ให้ดูสักหนนะ
ขอบคุณแหล่งที่มาจาก trueid

